ลูกชอบเล่นแรง ๆ ทำเพื่อนเจ็บ และ ชอบแย่งของ แก้ยังไงดี? (วิธีแก้) (beverly-o.com)

ลูกชอบเล่นแรง ๆ ทำเพื่อนเจ็บ และ ชอบแย่งของ แก้ยังไงดี? (วิธีแก้)

เมื่อถึงวัย 4 – 5 ขวบ ลูกของเราเริ่มเข้าอนุบาล หรือ เด็กบางคนอาจมีน้องเล็ก ๆ เป็นวัยที่คุณพ่อคุณแม่อาจพบว่าลูกชอบเล่นแรง ๆ (โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย) ลูกชอบแย่งของ ลูกหวงของเล่น ทำให้มีปัญหาที่โรงเรียน ทำเพื่อนเจ็บ เพื่อนไม่อยากเล่นด้วย หนักหน่อยก็โดนเรียกผู้ปกครองมาคุยกัน หรือ บางท่านที่กำลังมีลูกอายุ 4 – 5 ขวบ และมีน้องใหม่ เด็กทารกเกิดขึ้นมาอีกคน อาจกังวลว่าพี่เล่นกับน้องแรง จะทำยังไงดี อีกกรณีคือ ลูกเอาแต่ใจ ไม่ยอมใคร เพราะเป็นลูกคนเดียว ถูกตามใจ ในบทความนี้ เรามาเล่าประสบการณ์วิธีแก้ปัญหาลูกชอบเล่นแรงๆ และ การสอนลูกให้เห็นอกเห็นใจคนอื่น คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น ในบทความนี้ค่ะ

วิธีแก้ปัญหา ลูกเล่นแรง ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น จากประสบการณ์

หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยอ่านบทความในอินเตอร์เน็ตที่บอกว่า หากลูกเล่นแรง ไม่มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น เราก็ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการตีลูก หรือ ทำรุนแรงกับลูก และคนไทยเรามักจะโตมาด้วยการสั่งสอนแบบเป็นคำพูด ยกตัวอย่างครอบครัวเรา พ่อแม่ปู่ย่าตายายจะใช้คำพูดในการสอนเสมอ เช่นเราไม่ทำคนอื่นเจ็บ” “พี่น้องกันต้องแบ่งกันนะ” “ไม่แย่งกันนะ ไม่เก่งเลย” “ถ้าทำคนอื่นเจ็บแซนตาครอสไม่ให้ของขวัญปลายปีนะหนักหน่อยอาจจะสอนลูกแบบหยิกมาหยิกกลับ ตีมาตีกลับ หรือบางท่านอาจจะให้ลูกเข้ามุมเป็นการทำโทษแบบละมุนละม่อมแล้วค่อยกลับมาคุยกันตอนลูกใจเย็นลง วิธีเหล่านี้ เราก็พยายาม พยายามมาเยอะมาก แต่ลูกก็ยังไม่หยุด เราจึงหาวิธีแก้ปัญหาดังนี้ และมันสำเร็จ จึงนำมาประสบการณ์มาเล่าค่ะ

อ่านหนังสือที่มีภาพประกอบ ให้ฟัง เพื่อเป็นตัวอย่าง

ลูกชอบเล่นแรง ๆ ทำเพื่อนเจ็บ และ ชอบแย่งของ แก้ยังไงดี? (วิธีแก้)

เราสั่งนิทานเล่มหนึ่งมา ชื่อหนังสือว่าHave You Filled a Bucket Today?: A Guide to Daily Happiness for Kidsเขียนโดย Carol McCloud เพื่อมาอ่านให้ลูกชายที่ชอบเล่นแรง ๆ ทำคนอื่นเจ็บ และ (ยังไม่รู้จัก) เรื่องการเห็นอกเห็นใจคนอื่น ให้ลูกฟัง และดูเป็นตัวอย่าง

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือภาษาอังกฤษ พร้อมภาพประกอบ ที่จะสอนเด็ก ๆ ว่าแต่ละคนมี Invisible Bucket หรือ ถัง คนละ 1 ใบ เป็นถังล่องหน ถังที่เรามองไม่เห็น ถึงจะมองไม่เห็นแต่มันมีอยู่จริง ๆ และเราจะรู้สึกได้เวลาที่เราทำสิ่งดีดี เราจะมีความสุข (หนังสือมีภาพประกอบ)

คอนเสปต์ของ Bucket หรือถังเติมเต็มความสุข จากหนังสือ ช่วยให้ลูกไม่ทำคนอื่นเจ็บ คิดก่อนเล่นแรง

ถ้าเราทำดีกับคนอื่น พูดดีกับคนอื่น ถังเราก็จะถูกเติมเต็ม เราจะรู้สึกดี และคนอื่นจะรู้สึกดีเช่นกัน ตรงกันข้าม ถ้าเราพูดไม่ดี ทำคนอื่นเจ็บ Bully คนอื่น แปลว่าเราตักความสุขออกจาก Bucket คนอื่น เราอาจจะคิดว่าเรามีความสุขที่ทำอย่างนั้น แต่จริง ๆ คนที่ทำแบบนั้นไม่มีความสุขเลย ทั้งคนทำและคนถูกกระทำ พร้อมทั้งยกตัวอย่างให้ดูเป็นไอเดียด้วยว่า ลูกทำอะไรได้บ้างที่ทำให้ทั้งลูกและคนอื่นรู้สึกดี

หนังสือเขียนดี และมีภาพประกอบเยอะมาก ๆ ควรซื้อมาอ่านนะคะ มันละเอียดและเห็นภาพกว่าที่เราจะบรรยายได้ลูกชายเรา 5 ขวบ เราทั้งสอนทั้งพูดดีดีทำทุกอย่าง แต่บางทีก็จะแอบทำน้องล้ม เล่นแรง ๆ

ผลลัพธ์หลังจากอ่านหนังสือให้ลูกฟังได้ 1 คืน

ปรากฏว่าตั้งแต่อ่านหนังสือเรื่องนี้ให้ลูกฟัง ลูกเราก็ตระหนักถึงเรื่องสิทธิ์ของคนอื่น คือ เราไม่ควรทำคนอื่นเจ็บ และเรียนรู้มารยาทการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ตระหนักเรื่องความรู้สึกของตัวเองและคนอื่น ซึ่งผลจากการอ่านหนังสือเรื่องนี้ เราสามารถเอาสิ่งที่สอนในหนังสือมาสอนลูกต่อได้อีกหลายเรื่องมาก ๆ

ตัวอย่าง การแย่งเป่าเทียนวันเกิด และ แย่งของขวัญ

เช่น งานวันเกิด ปกติไม่ว่าวันเกิดใครในบ้านลูกจะแย่งทุกคนเป่าเค้ก เพราะชินกับการเป็นหลานคนเดียวในบ้าน หากไม่ยอมจะมีร้องจนบ้านแตก แก้ยังไงก็ไม่หาย ดี ๆ หาย ๆ เป็นพัก ๆ แต่ก็ไม่เคยยอมที่จะไม่เป่าเค้ก ซึ่งแบบนี้ไม่ดีเลย เพราะกลายเป็นลูกไม่เคารพกฏกติกา กลัวส่งผลเสียกับลูกในอนาคตด้านการเข้าสังคม แต่พอเราอ่านหนังสือ Have You Filled a Bucket Today?: A Guide to Daily Happiness for Kids ให้ลูกฟัง วันก่อนลูกจะแย่งเป่าเค้กวันเกิดน้องสะใภ้ และล็อบบี้ทุกคนว่าจะเป่าเค้กวันเกิดของคนนี้ เราก็อธิบายให้ลูกฟังว่า การที่ลูกเป่าเค้กวันเกิดทั้ง ๆ ที่เป็นวันเกิดคนอื่น เท่ากับลูก Dipping in to bucket ของคนอื่นแบบในหนังสือบอกนะ (เหมือนแบบตักความสุขออกจากถังของคนอื่น) ลูกอาจจะคิดว่าลูกมีความสุข แต่จริง ๆ Bucket ทั้งของลูกและน้าสะใภ้ก็จะถูกตักออกไม่มีใครมีความสุขเหมือนกัน กลายเป็นว่าพอเราทักลูกถึงเรื่องหนังสือที่อ่าน ลูกก็ชะงัก ไม่เซ้าซี้ที่จะเป่าเค้ก และสามารถรอในงานวันเกิดของคนอื่น ไม่แย่งเป่าเค้กคนอื่น รอวันเกิดของตัวเองได้

ตัวอย่าง การทำเพื่อนเจ็บ ทำน้องเจ็บ เล่นแรง ๆ และวิธีแก้ปัญหาหลังอ่านหนังสือเล่มนี้

ส่วนเรื่องการทำเพื่อนเจ็บ ทำน้องเจ็บ เล่นแรง ๆ ตอนนี้ไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะโรงเรียนปิด ก็จะเจอน้องที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง เวลาลูกเราซึ่งโตกว่าเดินหรือวิ่งเร็ว ทำให้น้องคนเล็กล้ม หรือ จับขาทำให้น้องสะดุดล้ม เราก็จะบอกลูกว่า ลูกเห็นไหม ลูกทำแบบนี้ น้องก็ร้องไห้ เสียใจและเจ็บ Bucket ของน้องก็ถูกตักออก แล้วน้องก็มาตีลูกกลับเหมือนกัน คนในบ้านก็ดุลูก Bucket (ที่เก็บความรู้สึกดีดี) ของลูกก็ถูกตักออกเหมือนกัน ลูกมีความสุขไหมที่ทำแบบนี้? เหมือนที่ในหนังสือบอกไหม?

ตัวอย่าง ลูกแย่งของเล่น หรือ หวงของ และ วิธีแก้

จากที่ลูกเรามีปัญหาชอบแย่งของเล่นของเพื่อน หรือ ของน้อง แย่งออกมาจากมือเลย หรือบางทีหวงของ พอมีใครมาเล่นด้วยก็ไม่ให้เล่น รักเพื่อน รักน้องนะ แต่หวงของอยากเก็บไว้เล่นคนเดียว เราก็จะยกตัวอย่างจากหนังสือเรื่องเดิม “Have You Filled a Bucket Today?: A Guide to Daily Happiness for Kids” ว่าการที่เราแบ่งบันคนอื่น ภาษาอังกฤษเรียกว่า Be Kind จะทำให้ถังใส่ความสุขของเราเติมเต็ม Bucket เราเต็ม… Bucket เขาก็ถูกเติมเต็มด้วย ทำให้ทุกคนมีความสุข เขามีความสุข เราก็มีความสุข กลับกัน เวลาทะเลาะแย่งของกันถังความสุขเพื่อนหรือน้องก็จะถูกตักออก เราก็เหมือนกัน ลูกเราจะจำตัวอย่างจากหนังสือนี้ขึ้นใจ และเริ่มที่จะแบ่งบัน เพราะนึกถึง Invisible Bucket หรือ ถังความสุขที่มองไม่เห็น เหมือนในหนังสือค่ะ

กลายเป็นว่าสถานการณ์ที่บ้าน สงบสุขได้ด้วยหนังสือเรื่อง “Have You Filled a Bucket Today?: A Guide to Daily Happiness for Kids” ค่ะ

ที่มาที่ไป

เล่าย้อนไปก่อนว่า ลูกเราเรียนโรงเรียนนานาชาติ ทีนี้ช่วงโควิดที่ต้องเรียนออนไลน์ ซึ่งเราต้องนั่งเรียนข้างลูกตลอด เราพบว่าโรงเรียนนานาชาติท่ีลูกเรียนจะมีคาบเรียนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ที่สอนเด็กเกี่ยวกับอารมณ์​ (สอนตั้งแต่ 4 – 5 ขวบ) และการจัดการอารมณ์ เช่น ถ้ารู้สึกเศร้าให้นึกถึงสิ่งที่มีความสุข สิ่งที่ Grateful ปรากฏว่าลูกเราตอบคำถามครูถูกด้วย ตอนอายุประมาณ 5 ขวบ เราจึงเก็ตว่าเด็กอายุประมาณนี้เริ่มพูดคุยและพร้อมจะเข้าใจความหมายคำพูดที่ลึกซึ้งขึ้นแล้ว พอพบปัญหาลูกเล่นแรง ทำเพื่อนเจ็บ ทำน้องเจ็บ หรือ ไม่เข้าใจความรู้สึกคนอื่น ทำคนอื่นเสียใจ เราจึงไปค้นหาหนังสือในเว็บ Amazon แล้วกดสั่งมา ก็เจอหนังสือเรื่อง “Have You Filled a Bucket Today?: A Guide to Daily Happiness for Kids” ที่อยู่ในรายชื่อหนังสือแนะนำสำหรับเด็ก (จำไม่ได้ว่าหมวดอะไร) เล่ยสั่งมาค่ะ พบว่าหนังสือเล่มนี้ดีมาก ๆ และช่วยได้มาก ลูกเราเปลี่ยนไปเลย 1 วันหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ เขาจะเข้าใจคอนเสปต์ว่ามันมีบางอย่างนะ ที่เรามองไม่เห็น แต่เรารู้สึกได้ ก่อนที่เขาจะเรียนรู้และเข้าใจคำว่า “อารมณ์” และการจัดการอารมณ์ได้อย่างง่าย ๆ ผ่านรูปภาพค่ะ

หวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์กับแม่ ๆ ทุกท่านนะคะ

Report

ความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

Loading…

0
7 ทรงผมเจ้าสาวชุดไทย เลือกอย่างไรให้เหมาะกับรูปหน้า

7 ทรงผมเจ้าสาวชุดไทย เลือกอย่างไรให้เหมาะกับรูปหน้า

รวมรายชื่อ โรงเรียนนานาชาติหลักสูตร IB ในประเทศไทย

รวมรายชื่อ โรงเรียนนานาชาติหลักสูตร IB ในประเทศไทย (beverly-o.com)