17 วิธีครองรัก คู่ชีวิตดี ฉบับ WeddingReview.net

เคยสงสัยไหม ? ว่าพ่อและแม่ของเราครองรักกันมาเป็นยี่สิบ สามสิบปี ได้อย่างไร? ทีมงาน WeddingReview มีวิธีครองรัก วิธิใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข จากคุณพ่อคุณแม่ของ OPONG เว็บมาสเตอร์ของเรา มากฝากจ้า

17 วิธีครองรัก คู่ชีวิตดี

1. เมื่อแต่งงาน ผู้ชาย จงใช้ชีวิตแบบ หูหนวก ตาบอด ลิ้นจระเข้

เมื่อไรก็ตาม ที่ผู้ชายพูดมากกว่าผู้หญิง ข่มภรรยา ขี้จับผิด ชอบเอาชนะกัน เมื่อนั้น ชีวิตครอบครัวจบแน่นอน

เคล็ดลับที่ทำให้พ่อและแม่ของ OPONG ใช้ชีวิตคู่กันมาได้กว่า 20 ปี โดยแทบไม่ทะเลาะกันเลย ตั้งแต่แต่งงานกัน ทะเลาะกันไม่เกิน 5 ครั้งในชีวิตคู่
คือ

  • หูหนวก & ตาบอด ได้ยินหรือเห็นอะไรแล้ว ก็ปล่อยผ่านไป ไม่บ่น ไม่ด่า ไม่แสดงความคิดเห็น เวลากินข้าวนอกบ้าน ให้ลูกเลือกเมนูอาหาร เวลาเลือกของใช้เข้าบ้าน ปล่อยให้ภรรยา & ลูก เลือกที่พวกเขาชอบเสมอ
  • ลิ้นจระเข้ กินอะไรก็อร่อย ถ้าไม่อร่อยก็บอกว่าอร่อย ถ้าหากอร่อย ก็บอกว่าอร่อยม๊ากกกกกกกกกกก เมื่อนั้น ครอบครัวจะมีความสุข (5555555+ ขอหัวเราะที)
  • อย่างอื่น พ่อรับเละทั้งหมด มีอะไรมา ให้ทำอะไรก็ทำอย่างนั้น

2. เรื่องเงินให้ภรรยาดูแล

พ่อของ OPONG ตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยเก็บเงินเองเลย เพราะทำงานมาเหนื่อยแล้ว ไม่อยากมาเหนื่อยเรื่องเงินอีก ปล่อยให้แม่ทำหน้าที่เก็บเงิน บริหารจัดการเรื่องเงิน จัดการเรื่องธนาคาร จัดการเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับธนาคาร โดยไม่จับผิด ไม่ตรวจสอบ ไม่อะไรทั้งนั้น เพราะด้วยลำพัง ทำงานมาเหนื่อยแล้ว ถ้าเราระแวงภรรยาอีก ก็เหนื่อยต่อไปเถอะ แล้วก็ไปแบงค์ไปธนาคารเองเถอะ

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายภรรยาก็ต้องทำตัวให้เหมาะสม และทำให้ฝ่ายสามีไว้วางใจ เชื่อใจได้

คุณพ่อของ OPONG ให้ความไว้ใจ เชื่อใจภรรยาตัวเอง ไม่เคยจับผิด ตรวจสอบ ให้ภรรยาสบายใจ เมื่อผ่านไป 20-30 ปี กลับมาดูอีกครั้ง เงินเหล่านั้น งอกเงย เพิ่มพูน จนตัวเองก็ยังไม่คิดเลยว่า ทำแบบนั้นได้ด้วยหรอ แต่ก็ทำได้ เพราะว่าผู้หญิงนั้นมีความละเอียดกว่าผู้ชาย

3. ดูแลสามีให้ดีที่สุด

สามีทำงานมาเหนื่อย ๆ กลับมาบ้านแล้ว ควรมอบเสียงหัวเราะ และความสุขให้เขา และมีอาหารดีดี ดีต่อสุขภาพให้รับประทาน มีเตียงนอนนุ่ม ๆ ผ้าห่มหอม ๆ อาบน้ำรักษาความสะอาด กลิ่นกาย ทุกครั้ง ให้สามีชื่นใจ แค่นี้ สามีก็ไม่ไปไหนแล้ว

ถ้าหากสามีกลับมาที่บ้านแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังหาเรื่องเอาชนะ เถียงกัน อยากชนะกัน ครอบครัว ก็ไม่มีความสุข ลูกก็เบื่อ

4. ตำแหน่งหน้าที่การงาน จบแค่ที่ทำงาน ไม่มาต่อที่บ้าน

ที่ทำงาน เราอาจเป็นครู วิศวะ หมอ ผู้จัดการ หัวหน้า ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ ฯลฯ อยู่ในตำแหน่งที่ชี้อะไรใครก็ทำตาม แต่เมื่อกลับบ้าน เราไม่ใช่คนเหล่านั้นอีกแล้ว เราคือพ่อแม่ที่น่ารักของลูก ๆ และ เป็นคู่สามี/ภรรยา ลูกอยากเล่นอะไรกับเรา ก็ปล่อยให้เขาเล่น (ถ้าอยากมีครอบครัวที่น่ารัก)

แต่ถ้าหากเรา คิดแต่จะเอาชนะลูกเรา คิดเอาชนะภรรยา/สามีเรา มีหัวโขน อาทิ เราเป็นครู เป็นหัวหน้า เป็นนักวิชาการ ที่ชินกับการถกเถียง พอกลับบ้าน ก็เอาแต่สั่งสอนสามี/ภรรยาหรือลูก จนที่บ้านไร้เสียงหัวเราะ มีแต่การจับผิด เถียงเอาชนะกันเป็นนิสัย แล้วที่บ้านจะมีความสุขได้อย่างไร?

5. ไม่พูดคำหยาบ

สัส แปลว่า สัตว์
แม่ง แปลว่า แม่มึง
และอื่น ๆ เป็นคำหยาบ ไม่สุภาพ ที่คนสมัยนี้ชอบพูดกัน แต่คู่สามีภรรยา จะไม่พูด ไม่สบถคำเหล่านี้ใส่กันเด็ดขาด มันเป็นจุดก่อชนวนเล็ก ๆ ที่สะสมไปทำให้ไม่พอใจ แต่แค่ได้ยินตั้งแต่ครั้งแรก ก็ไม่น่ารัก ไม่น่าฟังแล้ว เด็กรุ่นใหม่ ต้องระมัดระวังคำพูดพวกนี้ อย่าพูดกับคู่ครองตัวเอง อย่าทำให้ลูกเห็น อย่าสร้างนิสัยเหล่านี้ให้กับลูกและครอบครัว

6. ความน่านับถือจะหมดไป เมื่อเรานินทา ด่าว่า คู่เรา ให้คนอื่นฟัง

คำว่า “กลัวเมีย” เป็นคำที่ผู้ชายมักล้อกัน แต่ลึก ๆ แล้ว ผู้ชายบางท่าน ก็กลัวคำนี้มาก กลัวว่าเพื่อนจะรู้ว่ากลัวเมีย ไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่ายอมเมีย

คุณพ่อของ OPONG ไม่ด่า ไม่นินทาภรรยาให้คนอื่นฟัง เพราะการด่าว่าภรรยา การข่มภรรยาทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทำให้ครอบครัวดูแย่ ทำให้ครอบครัวดูไม่น่าเชื่อถือ เป็นภาพที่เห็นแล้วไม่น่าอภิรมย์ หากอยากเจริญในหน้าที่การงาน หากอยากเป็นผู้นำในที่ทำงาน ก็ให้รักครอบครัวให้มาก เป็นสุภาพบุรุษ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

7. อย่าเถียง อย่าทะเลาะกันต่อหน้าคนอื่น

คู่สามีภรรยา ควรทำงานร่วมกันเป็นทีม เมื่อต้องออกไปเจอผู้คน หรือ เจรจาติดต่องานร่วมกัน ไม่ควรขัดกันเรื่องเงิน หรือแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งเรื่องเงินต่อหน้าคนอื่น

ในการตกลงซื้อของและงบประมาณ ควรจะคุยกันให้เรียบร้อยตั้งแต่ในบ้าน ก่อนออกจากบ้าน และ อาจมีการเตี๊ยมกันเล่นบท เช่น เมื่อไปซื้อบ้าน ไปดูบ้าน ให้พ่อรับหน้าที่เป็นคนช่างซัก คุยกับเซลล์เหมือนอยากได้บ้านมาก ส่วนคุณแม่ แม้ว่าจะอยากได้บ้านหลังนั้น ก็ทำเงียบ ๆ เหมือนไปสนใจไปก่อน เพื่อเป็นการต่อรองราคา เหล่านี้ เป็นตัวอย่างของการทำงานเป็นทีมที่น่ารัก ในบ้าน

8. สุขภาพและเวลา สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

คนในวัยทำงาน อายุ 30 มักมุ่งใฝ่หาความสำเร็จในหน้าที่การงาน และสร้างเนื้อสร้างตัว คนในวัยนี้มักจะสนใจเรื่องการทำงาน หาเงิน แต่ต้องไม่ลืมลูก ครอบครัว ภรรยา และต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี ลูกจะน่ารักที่สุดในวัย 1-2 ขวบ เป็นวัยที่ความสุขของลูกมาจากการทำตัวติ้งต้องของพ่อแม่ พ่อแม่ทำอะไรลูกก็หัวเราะ แต่หลังจากนี้ พอลูกเริ่มรู้เรื่อง สิ่งเหล่านี้จะไม่มีแล้ว

9. เงินไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต

เรื่องสุขภาพ และการเงิน คุณพ่อของ OPONG ก็เคยลำบากมาก่อน จึงมีนิสัยขยัน ชอบทำงาน รักการทำมาหากิน ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว แต่หาเงินมาได้เท่าไรก็ไม่มีความสุข ตอนไม่มีเงินก็เป็นทุกข์ พอมีเงินก็เป็นทุกข์ไปอีก เพราะเงินที่มาจากน้ำพักน้ำแรง เราทั้งอดหลับอดนอน แลกไปกับเวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัว และพอมีเงิน ก็เครียด ไม่กล้าใช้จ่ายเงิน

สุดท้าย มาคิดได้ตอนเริ่มมีอายุ ว่ามีเงินก็เครียด ไม่มีก็เครียด แล้วความสุขในชีวิตคืออะไร? จึงปลงตก ว่าความสุขในชีวิตคือครอบครัว ถ้าหาเงินมาได้แล้ว ก็จะซื้อความสุขให้ครอบครัว ให้ลูก ๆ และภรรยา ได้มี ปัจจัยทั้ง 5 ของชีวิตที่สมบูรณ์ ทำอย่างไรก็ได้ให้มีความสุข

10. กินดี อยู่ดี ชีวิตดี

ต่อจากข้อ 9 ปัจจัยพื้นฐาน – อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค อย่ามองข้ามไป หากต้องการมีชีวิตที่ตื่นมาแล้วมีความสุข จงให้สิ่งเหล่านี้กับตัวเอง กับภรรยา และลูก ๆ รวมทั้งครอบครัว

  • อาหาร ที่บำรุงรักษาร่างกาย ช่วยให้อายุยืนหรือไม่เจ็บป่วย อาหารที่ดีต่อสุขภาพ
  • เครื่องนุ่งห่ม แม้ว่าจะแพง แต่ใช้ได้นาน ก็ดีกว่าที่ซื้อมาใส่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง คุณพ่อของ OPONG ใส่เสื้อบางตัวนั้น มีอายุใช้งานได้เป็น 10 ปี เพราะเลือกแล้วก็ใช้ ซื้อแล้วก็ไม่ทิ้งขว้าง ดูที่คุณภาพ และที่ใส่แล้วมั่นใจ การแต่งตัวดี วางตัวดี มีผลต่อหน้าที่การงานด้วย
  • ยารักษาโรค
  • ที่อยู่อาศัย ต้องอยู่ได้สบาย นกน้อยต้องทำรังแต่พอตัว
    แต่คุณพ่อของ OPONG มองลึกไปถึงที่นอน หมอน ผ้าห่ม เพราะตอนเด็ก ๆ นั้นไม่มีผ้าห่มดี ๆ จึงนอนไม่ค่อยหลับ เจ็บป่วยง่าย ลองซื้อผ้าห่ม ดีดีห่ม แล้วจะรู้ว่าความสุขในการนอนนั้นคืออะไร แล้วตื่นมาจะสดชื่น มีความสุข พร้อมที่จะทำงาน หรือ เรียนได้อย่างเต็มที่

11. “แม่บ้าน” (แม่ของลูก ๆ ) เป็นอาชีพที่เหนื่อยที่สุด และไม่มีวันจบ ทำงาน 365 วันต่อสัปดาห์ ไม่มีวันหยุดพัก ทำไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ

เป็น FACT ที่ไม่ต้องมีสถิติมายืนยัน เพราะว่าเป็นข้อเท็จจริง ที่ใคร ๆ ก็ทราบกันทั่วโลก แต่คนที่ไม่เชื่อ คือคนที่ไม่เคยทำงานบ้าน เพราะฉะนั้น อย่ารีรอ จงพิสูจน์ด้วยการทำหน้าที่ทุกอย่างแทนภรรยาทั้งหมด ทั้งเลี้ยงลูก และทำงานบ้านทุกอย่างไปด้วย จะได้ทราบว่า แม้ว่าทุกคนจะหลับแล้ว แต่หน้าที่ภรรยาก็ยังไม่จบ แล้วคุณจะอยากลาออก พร้อมยกหน้าที่นี้ให้ภรรยาทำตามเดิม

ทางคุณพ่อของ OPONG มักจะให้ทางคุณแม่ ได้คลายเครียด พาไปทานข้าวนอกบ้านบ้าง หรือ ให้ซื้อสิ่งของที่ชอบ เพราะว่า การเป็นแม่บ้านนั้นไม่สนุก คุณพ่อเองก็ทำไม่ไหว ขอยอมแพ้ยกธงขาว ขอทำงานข้างนอกบ้านดีกว่า และการคิดเมนูอาหารและทำอาหารให้คนในบ้านนั้น เป็นเรื่องจำเจ ที่น่าสงสารสำหรับผู้หญิง

12. ไปเที่ยวเมื่อมีโอกาส อย่ารอเที่ยวตอนเกษียณ

การเที่ยวตอนอายุน้อย (และมีเงินไปเที่ยว) ต่างกับเที่ยวตอนแก่นะ เพราะเที่ยวตอนมีอายุ แก่แล้ว ถ่ายรูปก็ได้หน้าตอนมีอายุ เรี่ยวแรงก็ไม่เท่าตอนยังหนุ่มสาว โรคประจำตัว และสังขาร ไม่เอื้ออำนวย จงเที่ยวเมื่อมีโอกาส อย่ารอแก่

13. สำหรับคนที่ชอบเก็บเงินมาก จนเพื่อน ๆ เรียกว่า งก

หากทำใจไม่ได้กับการเที่ยว ลองไปเล่นกันพนันในคาซิโน แล้วเสียเงินเยอะ ๆ สักครั้ง แล้วคุณจะคิดได้ว่า เอาเงินมาให้ภรรยาและลูกใช้ให้มีความสุขดีกว่า ไปเสียเงินในอากาศ

14. ออมเงิน & ลงทุน

อายุงานของคนเราย่อมมีวันหมดอายุ สังขารโรยรา วันหนึ่งเราอาจทำงานไม่ไหว ระหว่างมีแรง อย่าลืมวางแผนคุยกันกับภรรยา เรื่องการออมเงิน และชีวิตเมื่อเกษียณ

15. ให้เกียรติครอบครัวเขา & เรา

ถึงแม้ว่า เมื่อแต่งงานแล้ว คู่ครองของเราจะเป็นคนใน ส่วนพ่อแม่และญาติพี่น้องเขาจะกลายเป็นคนนอก แต่ถ้าหากสามี/ภรรยาของเรา ทำงานหนักแล้ว หากเขาจะเอาเงินให้ครอบครัวเขา ก็ไม่ผิด เพราะมองย้อนดูตัวเราเอง เรายังอยากช่วยน้องของเราเลย

และต้องระวัง ไม่ด่าว่าครอบครัวอีกฝ่าย หรือ นำความในออกความนอกเข้า เพราะบางครั้งการที่ครอบครัวอยู่ไม่สุข ก็อาจจะเป็นเพราะครอบครัวของอีกฝ่ายเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนสามีภรรยาเป็นเหมือนคู่ชีวิตที่จะอยู่กันไปทั้งชีวิต ต้องทำความเข้าใจ จูนกันให้ได้ แล้วชีวิตจะดีขึ้น

ส่วนเรื่องการแสดงความคิดเห็นถึงครอบครัวของอีกฝ่าย แม้ว่าเราจะอายุมากกว่าสมาชิกครอบครัวอีกฝ่าย หรือมีหน้าที่การงานที่คนต่างให้ความเคารพ แต่เราก็ไม่ควรถือวิสาสะไปด่าว่าหรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของน้อง/พี่ของภรรยาหรือสามี เพราะจะทำให้ญาติพี่น้องของอีกฝ่ายที่เราพูดถึงเขา ไม่นับถือในตัวเรา

16. อย่าทะเลาะกันข้ามคืน หากทะเลาะกัน ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด

การประชด การออกจากบ้าน ฯลฯ เป็นสิ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ขึ้นไปอีก สิ่งที่คนสมัยนี้ ต้องระมัดระวัง คือเรื่องอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี Social Networks มีแชท และเราก็อยู่ในโลกที่คนยึดถือความ “FAIR” , ความเป็นตัวของตัวเอง ยึดถือความสุขของตัวเองเป็นที่มั่น มีอะไรก็ไม่ค่อยอดทนกัน สามีภรรยาทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะถ้าทำบ่อย ๆ ก็บ๊ายบาย แน่แน่ หากทะเลาะกัน ก็พยายามหลับตานอน แล้วกอดกันให้ได้ แม้ว่าในใจจะหมั่นไส้คนข้าง ๆ ขนาดไหนก็ตาม

17. คุยเรื่องเครียดให้เป็นเรื่องตลก สนุก

พยายามมองโลกอย่างอารมณ์ดี ทำเรื่องเครียดให้เป็นเรื่องตลกให้ได้ แล้วชีวิตจะมีความสุขมาก ๆ เวลาคุยเรื่องเครียด ให้พูดให้มีเสียงหัวเราะให้ได้ อย่าพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจัง นะจ้ะ

ยังมีอีกเยอะเลยหล่ะ วันหลังจะมาแชร์อีก ที่ WeddingReview.net รอติดตามกันนะจ้ะ

Credit Cover Photos – Brit Morin , Elite Daily

Report

53 วิธี จัดงานแต่งงาน แบบประหยัด ภาค 1

53 วิธี จัดงานแต่งงาน แบบประหยัด ภาค 1

25 เพลงงานแต่ง สากล มาใหม่ มาแรง สำหรับปี 2017

25 เพลงงานแต่ง สากล มาใหม่ มาแรง สำหรับปี 2017